Logo Thing main logo


5 เหตุการณ์สำคัญ ปฏิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ (27 - 31 ม.ค.)

Investing.com - ภาพรวมของห้าประเด็นหลักที่คุณควรทราบก่อนเริ่มต้นสัปดาห์นี้มีดังต่อไปนี้

  1. การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา

ตลาดกำลังจับตาความคืบหน้าเกี่ยวกับการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาซึ่งได้มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 2,000 รายและมีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อแล้วถึง 56 รายในจีน นอกจากนี้ยังได้มีการพบการระบาดของเชื้อไวรัสในทั้งสหรัฐฯ, ไทย, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, ฝรั่งเศส และแคนาดาอีกด้วย

แม้ตลาดหุ้นจะปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ตลาดก็ยังมีความกังวลว่าสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสอาจรุนแรงขึ้นเหมือนเมื่อปี 2003 ที่มีการระบาดของโรคซาร์ส (SARS)

และแม้ว่าทางด้านองค์การอนามัยโลก (WHO) จะยังไม่ออกมาประกาศสภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระดับโลก แต่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสาธารณสุขหลายท่านก็ยังมีความกังวลว่าจีนจะสามารถควบคุมการระบาดของโรคได้หรือไม่

 

  1. การรายงานผลประกอบการจากกลุ่มหุ้น FAANG

หลังจากสัปดาห์ที่แล้วผลประกอบการประจำไตรมาสที่สี่ของ Netflix (NASDAQ:NFLX) ออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจ ในสัปดาห์นี้นักวิเคราะห์คาดหวังว่าผลประกอบการจากกลุ่มหุ้น FAANG ได้แก่ Facebook (NASDAQ:FB), Apple (NASDAQ:AAPL), Amazon (NASDAQ:AMZN) และ Alphabet (NASDAQ:GOOGL) จะออกมาดีเกินคาด

ในวันพุธนี้คาดว่า Facebook จะรายงานผลประกอบการที่เติบโตขึ้น 6.2% ส่วน Apple คาดว่าผลประกอบการจะทะยานขึ้น 8.7% ทว่า Amazon ได้ออกมาเตือนก่อนหน้านี้ว่าการลงทุนในธุรกิจการจัดส่งสินค้าในไตรมาสที่แล้วจะส่งผลเสียต่อผลประกอบการของบริษัท แต่ในวันพฤหัสบดีนี้คาดว่าผลประกอบการของบริษัทจะทะยานขึ้น 18.7%

อ้างอิงจากผลคาดการณ์ล่าสุดที่รวบรวมมาโดย Refinitiv คาดว่าผลประกอบการประจำไตรมาสของ S&P 500 จะติดลบ 0.8% และคาดว่ารายได้จะพุ่งขึ้น 4.4%

 

  1. การประชุมเฟด

ตลาดมั่นใจมากว่าเฟดจะต้องคง นโยบายทางการเงิน ไว้ดังเดิมในวันพุธนี้อย่างแน่นอน ขณะที่คณะสมาชิกเฟดรอประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการลดอัตราดอกเบี้ยสามครั้งเมื่อปี 2019 ต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ

James Knightley หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก ING ชี้ว่า "เนื่องจากไม่มีการเผยผลคาดการณ์ทางเศรษฐกิจล่าสุด ดังนั้นสิ่งที่น่าจับตาคือท่าทีของนายเจอโรม เพาเวลล์ ในการแถลงข่าว และการลงมติซึ่งน่าจะเป็นไปในทิศทางที่ตลาดต้องการ"

"นอกจากนี้พวกเราคาดหวังว่านายเจอโรม เพาเวลล์ จะยังมีท่าทีที่ระมัดระวังโดยเฉพาะหลังจากสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ-จีนเริ่มคลี่คลายลงในแง่บวก ฉะนั้นเราคาดว่าเขาน่าจะเน้นย้ำว่าเฟดต้องเล็งเห็น "การเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน" เสียก่อนจึงจะมีการพิจารณาปรับนโยบายทางการเงินอีกครั้ง"

 

    4. การประชุมธนาคารกลางอังกฤษ

ในวันพฤหัสบดีนี้ธนาคารกลางอังกฤษจะ รายงานผลพิจารณาปรับนโยบายทางการเงิน ก่อนการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปในวันที่ 31 มกราคม และจะเป็นการประชุมครั้งสุดท้ายของนายมาร์ค คาร์นีย์ ในฐานะผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ

สิ่งที่น่าสนใจคือธนาคารกลางอังกฤษจะลดอัตราดอกเบี้ยตามธนาคารกลางอื่น ๆ ทั่วโลกหรือไม่ หลังจากทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้ออังกฤษต่างก็ได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของ Brexit ที่กินเวลามากว่าสามปีครึ่ง อีกทั้งข้อมูลทางเศรษฐกิจล่าสุดและคำกล่าวของสมาชิกธนาคารกลางอังกฤษรวมทั้งนายคาร์นีย์เองด้วยที่ออกมาในแง่ลบ จึงอาจต้องมีการใช้มาตรการกระตุ้นทางเศรษฐกิจในขณะที่ตลาดก็คาดหวังมากขึ้นว่าจะต้องมีการลดอัตราดอกเบี้ย

ทว่าข้อมูลทางเศรษฐกิจอังกฤษเมื่อสัปดาห์ที่แล้วกลับออกมาในแง่บวก จึงทำให้ความหวังต่อการลดอัตราดอกเบี้ยลดลงไปบ้างบางส่วน

เงินปอนด์ มีราคาซื้อขายล่าสุดอยู่ที่ระดับ $1.31 ซึ่งคงอยู่ในระดับใกล้กันนี้ในปี 2020 ขึ้นอยู่กับว่าผลการตัดสินใจและผลคาดการณ์ทางเศรษฐกิจของธนาคารอังกฤษที่คาดว่าจะมีการพลิกฟื้นหรือไม่หลังจากการเกิด Brexit

 

  1. การประกาศตัวเลข GDP สหรัฐฯ

สหรัฐฯ จะรายงานตัวเลข GDP ประจำไตรมาสที่สี่ในวันพฤหัสบดี โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะขยายตัวขึ้น 2.1% โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ อาจตำหนิเฟดอีกครั้งเนื่องจากหากไม่เป็นเพราะนโยบายทางการเงินของเฟดที่ตึงตัว การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อาจเข้าใกล้ระดับ 4% ไปแล้วก็เป็นได้

ส่วนทางฝั่งยูโรโซนก็จะรายงานตัวเลข GDP ในวันศุกร์ ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจฝั่งยูโรโซนในไตรมาสล่าสุดจะขยายตัวขึ้น 0.2% อันเป็นไปตามมุมมองของธนาคารกลางยุโรปที่มองว่าเศรษฐกิจ "กำลังเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป"

 

Source : Investing.com

https://th.investing.com/news/economy/article-12810

 

 

 

 

 

 

 

 


"การแจ้งเตือนเรื่องความเสี่ยง: การเทรด Forex หรือ CFD และตราสารอนุพันธ์อื่นๆ นั้นผันผวนสูงและมีความเสี่ยงสูง คุณควรพิจารณาอย่างรอบคอบถึงวัตถุประสงค์การซื้อขาย ระดับประสบการณ์ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น มีความเป็นไปได้ที่ความสูญเสียจะสูงเกินกว่าเงินลงทุนของคุณ คุณควรลงทุนในระดับที่สามารถรับความสูญเสียได้ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงทั้งหมดและใช้ความระมัดระวังในการจัดการความเสี่ยงของคุณ"